รูปทรงเพชร (Diamond Shape) คือ ลักษณะรูปร่างของเม็ดเพชรตามที่เห็น เช่น เครื่องประดับแหวน จี้ ต่างหู ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งาน และเพชรดิบ หรือก้อนผลึกที่ร้านผู้ผลิตจะสามารถจัดหามาทำให้เป็นรูปร่างตามที่ผู้ใช้ต้องการให้คุ้มค่ามากที่สุด, ความคุ้มค่าในที่นี้หมายถึง การตัดผลึกเพชรดิบที่มีอยู่ให้เสียเนื้อเพชรให้น้อยที่สุด ซึ่งผลึกบางอันอาจจะไม่สามารถนำมาทำให้เป็นรูปทรงบางทรง เนื่องด้วยข้อจำกัดด้านขนาด หรือตำหนิ หรือความคุ้มค่า.

การเจียระไนเพชร แร่ หรืออัญมณีต่างๆ มีความหมายได้ทั้งในแง่ ลักษณะรูปทรงในภาพรวมของวัตถุที่ทำขึ้นมา เช่นทรงกลม ทรงหยดน้ำ ทรงเหลี่ยมมรกต และอีกความหมายหนึ่งคือ การตัดเหลี่ยม รูปแบบเหลี่ยมมุมในการทำ เช่นเหลี่ยมเกสร เหลี่ยมขั้นบันได เหลี่ยมกุหลาบ เป็นต้น.
1. การขึ้นรูป เพื่อให้เพชรได้รูปทรงตามที่ต้องการ
2. การตัดเหลี่ยม เพื่อให้เพชรมีประกายระยิบระยับ

การตัดเหลี่ยม มี 4รูปแบบหลัก ดังนี้

  1. Brilliant Cuts (บริลเลี่ยน คัท): การตัดเพชรให้มีขอบเป็นทรงกลม และให้ได้เหลี่ยมตั้งแต่ 56เหลี่ยม แบ่งเป็นเหลี่ยมคราวน์32 และเหลี่ยมพาวิลเลี่ยน24 (ไม่รวมเทเบิล กับคิวเลท)
  2. Step Cuts (สเตป คัท): มีเหลี่ยมขนานกันเหมือนขั้นบันได
  3. Mixed Cuts (มิกซ์ คัท): เป็นรูปแบบผสมหลายๆแบบ
  4. Fancy Cuts (แฟนซี คัท): การตัดให้เป็นรูปทรงใดก็ได้ที่ไม่ใช่ทรงกลม

การเจียระไนเพชร รวมถึงแร่หรืออัญมณีต่างๆ จะเริ่มจากการขึ้นทรงให้ได้เพชรตามรูปแบบที่ต้องการก่อน แล้วตามด้วยการตัดเหลี่ยม เพื่อทำให้เพชรมีไฟสวยที่สุด สะท้อนประกายได้ระยิบระยับมากที่สุด

คุณภาพของการเจียระไนเพชรเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งใน การเลือกซื้อเพชร เป็นขั้นตอนที่ต้องอาศัยความชำนาญและ ความละเอียดที่สุด หากเจียระไนได้เหลี่ยมมุมตามแบบมาตรฐานสากลแล้วจะทำให้เพชรมีไฟสวยที่สุด

การวัดระดับคุณภาพของการเจียระไนเพชร (Diamond Cut Grade) แบ่งได้ดังนี้

  1. Excellent/Ideal Cut – เจียระไนได้ตามหลักการ หรือตามแบบอุดมคติ, งานที่ได้คุณภาพสูงสุด เพชรสะท้อนแสงได้มากที่สุด
  2. Very good Cut – เจียระไนได้ใกล้เคียงกับแบบอุดมคติ แสงที่เข้ามาสะท้อนได้เกือบทั้งหมด
  3. Good Cut – แสงที่เข้ามาสะท้อนกลับให้เห็นได้เป็นส่วนใหญ่
  4. Fair/Poor Cut – มีแสงผ่านได้แต่ออกด้านข้างหรือด้านล่างหมด คุณภาพระดับนี้เหมาะกับการเจียระไนเพชรที่มีน้ำหนักน้อยกว่า 0.75กะรัต หรือทำเพชรล้อม หรือเพชรที่อยู่ในตำแหน่งที่ไม่โดดเด่น ไม่ต้องแสดงประกายระยิบระยับก็ได้
  5. Very Poor Cut – ระดับที่สังเกตุได้ชัดเจนว่าเพชรจะมืด ดูไม่มีชีวิตชีวา
คุณภาพของการเจียระไนเพชร
ภาพแสดงระดับคุณภาพของการเจียระไนเพชร

เพชรที่เจียระไนแล้ว จะมีชื่อเรียกส่วนประกอบและด้านต่างๆดังนี้

diamond anatomy and diamond propotion
ภาพสัดส่วนโครงสร้างของเพชรที่เจียระไนแล้ว
diamond anatomy and diamond propotion
ภาพแสดงสัดส่วนโครงสร้างและชื่อเรียกหน้าเหลี่ยมเพชร
ชื่อหน้าเหลี่ยมเพชร
ภาพแสดงชื่อเรียกหน้าเหลี่ยมเพชร

รูปทรงของเพชรที่ถูกออกแบบมาทำเป็นเครื่องประดับ มีดังนี้

diamond shape - รูปทรงเพชรแบบต่างๆ

  1. Round Brilliant Shape (ทรงกลมเหลี่ยมเกสร): เป็นทรงที่สามารถเปล่งประกายระยิบระยับได้มากที่สุด ทำให้เป็นที่นิยม และราคาแพงกว่ารูปทรงอื่นที่น้ำหนักเท่ากัน เนื่องจากการทำจะเสียเนื้อเพชรมากที่สุด
  2. Princess Shape (ทรงปริ้นเซส หรือทรงจัตุรัส): เป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสมุมคม
  3. Brilliant modified, Cushion Shape (ทรงหมอน): เป็นทรงสี่เหลี่ยมขอบมนคล้ายหมอน
  4. Asscher shape (ทรงเหลี่ยมขั้นบันได): เป็นการดัดแปลงจากทรงเหลี่ยมมรกต ผสมทรงกลม ทำเหลี่ยมขั้นบันได หากดูจากมุมบนจะคล้ายกับทรงหลังเต่าแปดเหลี่ยม, ชื่อแอสเชอร์เรียกตามบริษัทผู้ทำทรงนี้ครั้งแรก.
  5. Emerald Shape (ทรงสี่เหลี่ยมมรกต): หน้าเป็นทรงสี่เหลี่ยม หน้าเพชรจะกว้างกว่าทรงอื่นๆ และมีการเจียระไนเหลี่ยมแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยใช้เจียระไนมรกตมาก่อนจึงเรียกชื่อตาม
  6. Heart Shape (ทรงหัวใจ): เป็นทรงที่ทำขึ้นในเชิงสัญลักษณ์ของความรัก
  7. Marquise Shape (ทรงมาคีส์ หรือเม็ดข้าวสาร): เป็นทรงที่ทำตามแบบรูปปากของคนที่พระเจ้าหลุยส์ แห่งฝรั่งเศส โปรดปราน จึงเรียกชื่อแบบตามชื่อนาง
  8. Oval Shape (ทรงไข่): คล้ายทรงกลมแต่ทำให้ยาวออก เป็นการทำให้ทรงนี้มีจุดเด่นที่หน้าเพชรกว้างกว่าทรงกลมที่น้ำหนักเท่ากัน เหมาะกับสำหรับสุภาพสตรีที่มีแขนเล็ก นิ้วสั้น ทำให้ดูนิ้วยาวเรียวขึ้น
  9. Pear Shape (ทรงหยดน้ำ): เป็นแบบผสมของทรงไข่กับทรงมาคีส์ เหมาะกับการทำจี้สร้อยคอหรือต่างหู หากทำแหวน การสวมใส่จะต้องให้ปลายแหลมหันเข้าหาตัวผู้ใส่ถือเป็นสัญลักษณ์แทนความมุ่งมั่นของทรงนี้ เป็นแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ ถือเป็นทรงคลาสสิค นิยมตลอดกาล
  10. Radiant Shape (ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าหรือจัตุรัส): แบบผสมของทรงกลมเหลี่ยมเกสร และทรงเหลี่ยมมรกต คล้ายแอสเชอร์แต่จะเห็นเหลี่ยมแบบบันไดมากกว่า คล้ายทรงปริ้นเซสแต่มุมจะไม่คมแบบปริ้นเซส, เป็นทรงที่สามารถเปล่งประกายได้สวยงามเป็นรองแค่ทรงกลมเท่านั้น
  11. Trilliant – Trillion Shape (ทรงสามเหลี่ยม): เหมือนโล่ห์เป็นแบบที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนทรงอื่น แต่มีเหลี่ยมน้อยที่สุด คือ 40-41เหลี่ยม, ทรงอื่น หากไม่ทรงกลม ก็ทรงสี่เหลี่ยม หรือดัดแปลงจากกลมกับสี่เหลี่ยม.
  • เพชรหน้าสี่เหลี่ยม จะมีราคาถูกกว่าเพชรหน้ากลม ที่น้ำหนักเดียวกัน

อ้างอิง: